ทบทวนเส้นทางภาวนา 8 ม.ค. 66

ทบทวนเส้นทางภาวนากับ
วิจักขณ์ พานิช

เช้าวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2556
9.30-12.30 น
วัชรสิทธา เทเวศร์

ในโอกาสขึ้นปีใหม่ ปีที่ 7 ของวัชรสิทธา ชวนมา
ทบทวนคำสอนสำคัญๆ และย้อนมองเส้นทางการก้าวเดินที่ผ่านมา เพื่อปลุกเร้าศรัทธา และความปรารถนาที่มีต่อการเดินทางทางจิตวิญญาณ


ลงทะเบียนยืนยันที่นั่งด้วยการโอนเงินสนับสนุนกิจกรรมท่านละ 300 – 500 บาท

ไปยังบัญชี ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางกระบือ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “มูลนิธิวัชรปัญญา” เลขที่ 053-3-67904-8

“เส้นการฝึกตนในสายปฏิบัตินี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าที่เราเคยเรียนรู้กันมาก่อนแล้ว ขั้นต้นของหินยานคือการปล่อยจากสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับตัวเองหรือสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับเรา การที่เรารับศีลไตรสรณคมน์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ในห้องนี้ก็ได้ผ่านการรับศีลมาแล้ว ก็คือการบวชออกจากความคิดที่เรามีเกี่ยวกับตัวเองและที่คนอื่นมีเกี่ยวกับเรา เราออกจากบ้าน ออกจากที่พักพิง ออกจากความเคยชินที่ถูกหล่อหลอมมาด้วยความคิดเหล่านั้น เราเคยคิดว่าที่เหล่านั้นคือที่ที่ปลอดภัย เราเคยคิดว่าเราจะสร้างความมั่นคงในชีวิตด้วยการให้คนอื่นคิดกับเราแบบนั้นแบบนี้หรือไม่คิดกับเราแบบนี้แบบนั้น เราผละออกจากความปลอดภัยแบบนั้นทั้งหมด ออกจากรังดักแด้ สู่การเรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วเราคือใคร เราสนใจตัวเราที่สัมพันธ์กับประสบการณ์ตรงในแต่ละขณะ ตัวเรากลายเป็นความไปได้บางอย่างที่ไปพ้นจากสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับตัวเอง เราอุ้มความเป็นไปได้ทั้งหมดด้วยการฝึกอยู่กับการตระหนักรู้ ไม่หนีความทุกข์ ปล่อยจากความคิด…ทำงานกับสิ่งที่เป็น ปล่อยจากความคิด… อยู่ตรงนั้น ปล่อยจากความคิด…อุ้มความเข้มข้นของอารมณ์และประสบการณ์ตรงทั้งหมดไว้

ความเปิดกว้างทำให้เส้นทางมีพัฒนาการต่อไปสู่มหายาน เราเริ่มคุ้นเคยกับพื้นที่เปิด ไม่จำเป็นต้องมีตัวตนหรือสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับตัวเองเป็นสรณะ เราอยู่กับความว่าง มองเห็นความเป็นไปอันคาดเดาไม่ได้ของสิ่งที่เป็น เราเริ่มสนใจความเป็นจริงในแง่ของความสัมพันธ์ ความเป็นจริงที่นิยามหรือด่วนสรุปไม่ได้ในตัวมันเอง ในความเปิดกว้างเราพบความเชื่อมโยง สายสัมพันธ์ของประสบการณ์อันไม่มีที่สิ้นสุด เราเป็นเช่นนี้เพราะสายสัมพันธ์ต่างๆ มากมาย เราเป็นอย่างนี้เพราะเกิดประสบการณ์นี้ คนคนนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรา และเราก็เป็นส่วนหนึ่งของคนคนนี้ เมื่อไปพ้นจากความมีตัวตน ทุกอย่างเป็นความสัมพันธ์ทั้งหมด เราเริ่มสนใจที่จะทำงานกับคนอื่น สิ่งอื่น หรือความเป็นอื่น ในฐานะส่วนนึงที่สำคัญของเรา เราไม่อาจปฏิเสธใครในชีวิตหรือใครที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราได้ เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของเรา และนั่นคือหัวใจของการรับศีลโพธิสัตว์ หัวใจที่เปิดกว้างที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นในฐานะส่วนหนึ่งที่สำคัญของเรา เรารับใช้และช่วยเหลือผู้อื่น บ่มเพาะความรักความกรุณาต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ คิดถึงประโยชน์ของคนอื่นก่อนประโยชน์ของตัวเอง มหายานเปิดศักยภาพและความเป็นไปได้มากมายในการสัมพันธ์กับชีวิตบนพื้นฐานของความรัก…

สุดท้ายหัวใจที่เปิดกว้างจะพาเราสู่ความศักดิ์สิทธิ์ของโลกวัชระ ชีวิตคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์… ประสบการณ์อันศักดิ์สิทธิ์ เส้นทางอันศักดิ์สิทธิ์ สายสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ อารมณ์ความรู้สึกอันศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายอันศักดิ์สิทธิ์ การพลัดพรากอันศักดิ์สิทธิ์ และความตายอันศักดิ์สิทธิ์… ด้วยใจที่เปิดกว้างไม่ปฏิเสธสิ่งใด การเคารพ “ครู” อย่างสุดจิตสุดใจทำให้เรามองเห็น grace ของสิ่งต่างๆ อย่างที่เป็น และนั่นคือ secret teaching ของวัชรยาน เรามีชีวิตอยู่ใน sacred world ชีวิตเป็นสิ่งที่น่ารื่นรมย์ น่าอัศจรรย์ และน่าเคารพ เราขอบคุณที่มีชีวิตนี้ ขอบคุณที่ได้เจอกัน ขอบคุณที่ได้สัมพันธ์กัน ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ร่วมแชร์พันธกิจแห่งการตื่นรู้ด้วยกัน…ทุกรายละเอียดช่างรุ่มรวยและสวยงามเหลือเกิน”

วิจักขณ์ พานิช
จากกิจกรรม “ทบทวนเส้นทางการภาวนา” เมื่อ 4 ปีก่อน